วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

สิ่งที่เรากำลังสร้างสรรค์ในชื่อ Center for Electrical and Embedded System Technology (CEEST)

เพื่ออนาคตของการเรียนการสอนในแบบที่ปฏิบัติงานจริง



เพราะเรา คือ Center for Electrical and Embedded System Technology (CEEST) มาเป็นส่วนหนึ่งกับเรานะครับ ที่ สาขาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า มทร.รัตนโกสินทร์ วข.วังไกลกังวล แล้วพบกันนะครับ


หน่วยวิจัยนี้สร้างขึ้นโดย สาขาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล โดยการรวมเงินระหว่าง ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย และนายทรงกลด ศรีปรางค์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาฯ เป็นเงิน 1,744,300.00 บาท ทำการจ้างนักวิจัย 1 คน ชื่อนายคณาพจน์ ยอดมณี นี่จะเป็นอีกหนึ่งทางแก้ปัญหาการเรียนการสอนในปัจจุบัน

"การดำเนินงานนี้จะยังคงดำเนินต่อไปได้ด้วยการหาเงินวิจัย ซึ่งหากขาดเงินในส่วนนี้เราจะไม่สามารถคงรักษาหน่วยวิจัยนี้ไว้ได้"

นายทรงกลด ศรีปรางค์

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

เรียนรู้จากอดีตเพื่อกำหนดปัจจุบัน


บางครั้งที่เราเจอกับปัญหาที่ไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร ลองใช้วิธีการย้อนมองกลับไปในอดีตว่าปัญหาในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้น ปัญหาที่ว่าคือ การเรียนการสอนในปัจจุบัน แนวโน้มกำลังเสื่อมถอยโดยการดูจากผลผลิตซึ่งก็คือ "นักเรียน และ นักศึกษา" เริ่มมีคุณภาพด้อยลง โดยเฉพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในระดับกลางอย่าง ราชมงคล สาเหตุมาจากอะไร จากที่ได้เก็บข้อมูลโดยการเข้าไปพูดคุยกับอาจารย์จาก 9 มทร. แล้วเห็นปัญหาเรื่องความไม่ใส่ใจในการเรียนของนักศึกษา เข้ามาเรียนเหมือนถอดวิญญาณไว้ที่บ้าน หรือให้ความสนใจในเรื่องอื่นในขณะที่เรียน ไม่มีปฏิกริยาตอบรับ ว่าเข้าใจหรือไม่ สุดท้ายผลที่ออกมาคือ นักศึกษาทำข้อสอบไม่ได้ ส่งผลถึงเกรดที่ได้

แล้วปัญหานี้จะแก้ไขอย่างไร ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปัจจัยเรื่อง "คน" หากใช้วิธีการย้อนมองอดีตเพื่อแก้ปัญหานี้ เมื่อก่อนราชมงคลเคยเปิดหลักสูตร ปวส. ซึ่งผลที่ออกมาถือว่ามีคุณภาพอย่างมาก เมื่อเทียบกับ "อาชีวะ" เช่น วิทยาลัยเทคนิค หรือการอาชีพ เป็นต้น แต่ปัจจุบัน ราชมงคลปิดหลักสูตร ปวส. เนื่องจากเป็นนโยบายอะไรสักอย่าง ทำไมผมจึงกล่าวถึงประเด็นว่าราชมงคลควรเปิด หลักสูตร ปวส. เพราะ มีราชมงคลที่ยังคงเปิด ปวส. อยู่ในตอนนี้ คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพายัพ ความสำเร็จแรกที่ผมเห็นคือ การแข่งขันทักษะทางวิชาการราชมงคล ที่ผ่านมา มทร.ล้านกวาดรางวัลเรียบ เพราะอะไร? มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เขาทำได้อย่างไร คำตอบคือเขายังมีนักศึกษาระดับฝีมืออยู่ นั่นคือนักศึกษา ปวส.

เนื่องจากราชมงคลมีพื้นฐานไม่เหมือนมหาลัยอื่นๆ และควรจะเป็นกำลังสำคัญในการผลิตบุคลากรระดับฝึมือให้กับประเทศ ซึ่งปัจจุบันนี้มีความต้องการอย่างมาก แต่ราชมงคลกลับเลือกที่จะทำตัวเหมือนกับมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ซึ่งมหาลัยเหล่านั้นก็กำลังหลงทาง แทนที่จะผลิตแรงงานระดับมันสมองให้กับประเทศ แต่กลับมาผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรี เพื่อแข่งขันกับ มหาวิทยาลัยระดับล่าง

และการวางการศึกษาควรมีการเปลี่ยนรูปแบบที่เคยทำสำเร็จ อย่างเช่น ป่าไม้แพร่ ใครๆก็รู้ว่าถ้าต้องการทำงานในกรมป่าไม้ต้องไปเรียนป่าไม้แพร่ ทำไมจึงไม่มีการจัดโซนการศึกษาให้ชัดเจน อย่างเช่น ช่างไฟฟ้าจะต้องอยู่ที่ๆไกล้ โรงไฟฟ้า ช่างกลโรงงานต้องอยู่ที่ไกล้โรงงาน เป็นต้น ผมว่ามันน่าจะเป็นนวัตกรรมการศึกษาใหม่ ที่จะเป็นทางออกให้กับการศึกษาของประเทศในภาวะนี้

ที่ผมนำเสนอคือทางออกของปัญหาที่ใช้หลักการ "มองอดีตเพื่อกำหนดปัจจุบัน" ซึ่งเมื่อทำขึ้นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนการศึกษาของไทย ครั้งยิ่งใหญ่

นายทรงกลด ศรีปรางค์

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สิ่งที่ได้จากหนัง กระตุ้นสมองให้ผลิตไอเดีย


กล่าวนำ
ด้วยความบังเอิญหรือว่าอะไรบางอย่างดนใจ ให้ผมเจอกับหนังสือเล่มนี้ และหยิบมาอ่านโดยที่ผมใช้เวลา 3 ชั่งโมงอ่านได้ครึ่งเล่ม (อาจจะช้ามาก) เป็นหนังสือที่แนะนำการคิดไอเดียใหม่ๆ ผมชอบมากโดยอ่านแบบไม่สนใจอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เหมือนโดนสะกดโดยเฉพาะในชื่อตอนจงรักษาความเป็นเด็กในตัวเราไว้ ผมอ่านไปและขำไป นึกถึงความเป็นเด็กที่ทำอะไรอย่างที่ในหนังสือเล่มนี้กล่าวจริงๆ มันทำให้ผมมีความสุขเมื่อได้อ่านตอนนี้ทุกครั้ง ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว 3 ครั้ง และยังอยากอ่านอีก

สิ่งที่ได้จากหนังสือ
การคิดไอเดีย หรือการคิดอะไรใหม่ๆ ผู้ที่คิดต้องเป็นคนที่อยากจะคิดก่อนนะครับ นึกถึงตอนที่เป็นเด็กผมชอบถามอะไรมากมาย ว่าทำไมอันนี้จึงเป็นอย่างนี้ การถามมันมาจากการได้คิดก่อนเป็นเบื้องต้น นำมาสู่ความสงสัยว่าทำไม แสดงว่าเด็กๆ จะเป็นคนที่คิดอะไรใหม่ๆได้ตลอดเวลา เนื่องจากความคิดของเด็กไม่มีกฎเกณฑ์ มาคอยบังคับ หรือจริงๆแล้วเด็กไม่รู้หรอกว่ากฎเกณฑ์มีอยู่จริง จนกว่าเขาจะเป็นผู้ใหญ่ "เหมือนที่ในหนังสือกล่าวว่าตอนเข้าเรียนใหม่ๆ เด็กจะมีแต่เครื่องหมาย ? แต่พอจบการศึกษาจะมีเครื่องหมายเดียวคือ ." นั่นหมายความว่าทุกอย่างได้จบลงแล้ว

ลองนึกถึงเรื่องหากให้เด็กลองขี่มอเตอร์ไซต์ (มันอันตรายแต่ผมมีประสบการณ์ที่เคยเจออุบัติเหตุนี้) เด็กจะบิดคันเร่งแบบสุดของการที่บิดได้แล้ว เพื่อให้มอเตอร์ไซต์ได้ออกตัว (ผลเป็นไงคงไม่ต้องบอก) ที่ผมกำลังจะเสนอคือ เด็กจะไม่รู้หรอกว่าหากทำอย่างนั้นจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะบิดอย่างไร ก็จะบิดคันเร่งอย่างมีหลักการณ์ประมาณว่าต้องเท่านี้ จึงจะเป็นอย่างนี้นะ เหมือนกับการคิดอะไรใหม่ หากเราคิดว่าอันนี้ก็มีคนทำแล้ว อะไรๆ ก็มีคนทำแล้ว (ผู้ใหญ่) แต่เด็กไม่รู้หรอก จริงแล้วทุกๆอย่างมีมากกว่า 1 คำตอบจริงๆ ลองคิดเล่นๆ (ทำใจให้เป็นคนที่คิดนอกกรอบแล้วจะเข้าใจในสิ่งที่ผมกล่าว) หากคอมพิวเตอร์มีหน้าตาอย่างนี้ (ยกตัวอย่าง)



อันนี้คงไม่ใช่ Computer ใช่หรือเปล่า


เนื่องจาก Computer ที่ดีที่สุดยังไม่ได้ผลิตออกมา

จะเห็นว่าหากเราคิดว่าอะไรก็มีคนทำแล้ว เราจะไม่มีวันคิดออกหรอกครับ แต่ในทางกลับกันหากเราคิดว่าทุกอย่างไม่ได้มีคำตอบเดียวเราจะคิดออกได้ทันที

และที่สำคัญที่สุดที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้คือ ไอเดียหรือความคิดใหม่ๆ จะอ่อนไหวกับคำพูดประเภทนี้

  1. คิดอะไรไม่รู้กระจอกจริงๆ
  2. คิดอะไรไม่รู้ใครๆเขาก็ทำกันแล้ว มีขายด้วยไปซื้อเอาก็ได้นิ
  3. เพ้ิอเจ้อจริงความคิดของคุณ
หากเจอคำประเภทนี้เข้าไปแล้วละก็ อึๆ จงรักษาความตัวคุณไว้ และปกป้องไอเดียของเราสุดชีวิต และทำให้มันออกมาเป็นความจริงให้ได้ แล้วค่อยมาว่ากัน ว่ามันเป็นอย่างไร

ข้อคิด
"คนเราอยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน หากไม่กินอาหาร และอยู่ได้ไม่เกิน 3 วันหากไม่กินน้ำ แต่คนเราอยู่ได้ตลอดชีวิต หากไม่คิดอะไรใหม่ๆ เลย"

นายทรงกลด ศรีปรางค์
ปล. คราวหน้าจะมาพูดถึงสิ่งที่ได้จาก หนังสือ "ลบเหลี่ยมไอน์สไตน์" ครับ